Geotextile คืออะไร และมีบทบาทอย่างไรในสวนและระบบระบายน้ำ
- nathadols
- 2 วันที่ผ่านมา
- ยาว 1 นาที
การดูแลสวนและระบบระบายน้ำให้มีประสิทธิภาพสูงสุดเป็นเรื่องที่เจ้าของบ้านและผู้รับเหมาสร้างสวนให้ความสำคัญอย่างมาก หนึ่งในวัสดุที่ช่วยแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ดีคือ Geotextile หรือที่รู้จักกันในชื่อ จีโอเท็กซ์ไทล์ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการป้องกันวัชพืชและช่วยระบบระบายน้ำให้ทำงานได้ดีขึ้น สหวัฒน์ฯ จะอธิบายว่า Geotextile คืออะไร และทำไมจึงควรใช้ในสวนและระบบระบายน้ำ

Geotextile คืออะไร
Geotextile คือวัสดุแผ่นใยสังเคราะห์ที่ผลิตขึ้นมาเพื่อใช้ในงานก่อสร้างและงานภูมิทัศน์ มีลักษณะเป็นแผ่นบางแต่แข็งแรง เหนียว ไม่ฉีกขาดง่าย และผลิตจากพลาสติกเส้นใยโพลีเอสเตอร์ (PET) แบบไม่ถักทอ ซึ่งเป็นการนำเอาเส้นใยมาประสานกันด้วยความร้อน ทำให้เกิดแผ่นชั้นที่เหนียว โดยทั่วไป Geotextile มีหน้าที่หลักในการแยกชั้นดิน ชั้นทราย ป้องกันการปนเปื้อนของวัสดุ และช่วยระบายน้ำ
ในงานสวน Geotextile มักใช้เป็น แผ่นรองชั้นวัสดุ หรือชั้นดิน โดยนอกเหนือจากคุณสมบัติการแยกชั้นแล้ว ยังได้คุณสมบัติพิเศษในการป้องกันวัชพืชอีกด้วย เพราะเส้นใยจะช่วยป้องกันการแทงทะลุของวัชพืช และคงความงามของวัสดุที่เราเลือกใช้
การใช้งาน Geotextile ในสวน
การใช้ Geotextile ในสวนมีประโยชน์หลายด้าน เช่น
ป้องกันวัชพืช
การปูแผ่นใยสังเคราะห์จีโอเท็กซ์ไทล์บนดินก่อนปลูกต้นไม้ช่วยลดการเจริญเติบโตของวัชพืชได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะวัชพืชไม่สามารถเจาะผ่านแผ่นนี้ขึ้นมาได้
ช่วยระบายน้ำ
Geotextile มีคุณสมบัติระบายน้ำได้ดี ทำให้น้ำฝนหรือน้ำที่รดต้นไม้สามารถซึมผ่านได้โดยไม่ทำให้ดินอิ่มน้ำเกินไป ช่วยลดปัญหาน้ำขังในสวน
แยกชั้นดินและวัสดุปลูก
ในสวนที่มีการจัดวางวัสดุต่างชนิดกัน เช่น ดินและกรวด Geotextile จะช่วยป้องกันไม่ให้วัสดุเหล่านี้ผสมกัน ทำให้โครงสร้างดินคงตัวและเหมาะสมกับการปลูกต้นไม้
เพิ่มความแข็งแรงของพื้นดิน
ในสวนที่มีการเดินหรือวางของหนัก แผ่นในสังเคราะห์จีโอเท็กซ์ไทล์ช่วยกระจายน้ำหนัก ลดการทรุดตัวของพื้นดิน
การใช้งาน Geotextile ในระบบระบายน้ำ
ระบบระบายน้ำเป็นส่วนสำคัญในการป้องกันน้ำท่วมและรักษาความสมดุลของน้ำในพื้นที่ Geotextile มีบทบาทสำคัญในระบบนี้ดังนี้
กรองและป้องกันการอุดตัน
Geotextile ทำหน้าที่เป็นตัวกรองดินและเศษวัสดุไม่ให้ไหลเข้าสู่ท่อระบายน้ำ ช่วยลดปัญหาการอุดตันของระบบระบายน้ำ
ช่วยระบายน้ำใต้ดิน
การปูแผ่นใยสังเคราะห์ป้องกันวัชพืชในระบบระบายน้ำใต้ดินช่วยให้น้ำไหลผ่านได้ดี ลดการสะสมของน้ำและป้องกันการกัดเซาะของดิน
เพิ่มความคงทนของโครงสร้าง
Geotextile ช่วยเสริมความแข็งแรงให้กับโครงสร้างของระบบระบายน้ำ เช่น คูน้ำ ท่อระบายน้ำ หรือบ่อพักน้ำ ทำให้ระบบมีอายุการใช้งานยาวนานขึ้น

ตัวอย่างการใช้งานจริง
ในสวนบ้านพักอาศัย เจ้าของบ้านมักใช้แผ่นใยสังเคราะห์ป้องกันวัชพืชใต้ชั้นกรวด หินตกแต่งหรือแผ่นปูพื้นทางเดิน เพื่อให้สวนดูเรียบร้อยและลดเวลาการดูแลรักษา
ผู้รับเหมาสร้างสวนใช้ Geotextile ในการปูพื้นบริเวณทางเดินและลานจอดรถ เพื่อป้องกันการทรุดตัวของพื้นดินและช่วยระบายน้ำฝน
ในโครงการก่อสร้างระบบระบายน้ำสาธารณะ Geotextile ถูกนำมาใช้เป็นชั้นกรองน้ำใต้ท่อระบายน้ำ ช่วยป้องกันการอุดตันและยืดอายุการใช้งานของระบบ
วิธีเลือกและติดตั้ง Geotextile
การเลือกใช้ Geotextile ควรพิจารณาจาก
ชนิดของ Geotextile
มีทั้งแบบทอและไม่ทอ แบบไม่ถักทอ (NON WOVEN) เหมาะกับการกรองน้ำและป้องกันวัชพืช
ความหนาและความแข็งแรง
เลือกแผ่นที่มีความหนาและความแข็งแรงเหมาะสมกับการใช้งาน โดยส่วนมากแล้วในงานรองชั้นวัสดุจะนิยมใช้ความหนา 150 กรัมต่อตารางเมตร เพื่อคุณสมบัติการป้องกันวัชพืชและการระบายน้ำที่ดี
ขนาดและการปูแผ่น
ในกรณีที่ที่มีการต่อเชื่อมแผ่น หรือความกว้างของพื้นที่ ควรปูแผ่นให้ทับซ้อนกันประมาณ 10-15 เซนติเมตร เพื่อป้องกันวัชพืชหรือดินรั่วซึมผ่านช่องว่าง
การเตรียมพื้นที่
ก่อนปู Geotextile ควรเกลี่ยดินหรือตบอัดทรายให้เรียบและปราศจากเศษวัสดุแหลมคม เพื่อป้องกันแผ่นฉีกขาด

Geotextile หรือ จีโอเท็กซ์ไทล์ เป็นวัสดุที่มีประโยชน์มากในการจัดการสวนและระบบระบายน้ำ ด้วยคุณสมบัติช่วยป้องกันวัชพืช แยกชั้นดิน และช่วยระบายน้ำ ทำให้สวนและระบบระบายน้ำทำงานได้ดีขึ้นและดูแลรักษาง่ายขึ้น เจ้าของบ้านและผู้รับเหมาควรพิจารณาใช้แผ่นใยสังเคราะห์จีโอเท็กซ์ไทล์ในงานของตนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความคงทนของพื้นที่
หากคุณกำลังวางแผนจัดสวนหรือปรับปรุงระบบระบายน้ำ การเลือกใช้ Geotextile ที่เหมาะสมและติดตั้งอย่างถูกวิธีจะช่วยให้ผลลัพธ์ออกมาดีและยั่งยืนมากขึ้น สหวัฒน์ยินดีให้คำปรึกษา Contact Center : 02-222-7711









ความคิดเห็น